Share
Go down
Thainews CM.
Admin
จำนวนข้อความ : 52
Join date : 23/11/2018
ดูข้อมูลส่วนตัวhttp://thainewscmonline.thai-forum.net

ละสังขารแล้ว...หลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ 91 ปี 71 พรรษา

on Sun Nov 25, 2018 9:47 pm
ละสังขารแล้ว...หลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ 91 ปี 71 พรรษา
เมื่อเช้าวันที่ 25 พ.ย.2561 ที่วัดไชยสถาน ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หลังจากมีการแจ้งข่าวการมรณภาพของหลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ หรือท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริ อายุ 91 ปี พรรษา 71 มรณภาพลงด้วยโรคมะเร็งต่อลูกหมากที่ตึกสงฆ์สุจิตโต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เวลา 00.03 น. ได้มีคณะสงฆ์ และศิษยานุศิษย์เดินทางไปยังวัดไชยสถานจำนวนมาก โดยมีพระครูสาทรกิจโกศล เจ้าคณะอำเภอสารภี เจ้าอาวาสวัดสารภี พระครูวิบูลเจติยาทร เจ้าคณะอำเภอบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ลูกศิษย์ พระครูสังวรวีรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลป่าปง เจ้าอาวาสวัดป่าบงหลวง พระปลัดไพบูลย์ เขมจาโร รักษาการเจ้าอาวาสพร้อมกับ รตท.สมพร ธรรมโม ไวยาวัจกรของวัด เชิญสรีระของหลวงปู่ออกจากโรงพยาบาลมาตั้งในกุฏิพิพิธภัณฑ์นานาชาติ วัดไชยสถานตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ฉีดยาศพก็ได้เปิดให้ศิษยานุศิษย์กราบสรีระหลวงปู่เป็นลำดับ
ต่อมาเวลา 09.00 น.เศษ พระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 วัดปทุมคงคา กทม. เดินทางมากราบสักการะศพหลวงปู่อินทร์คำ และสอบถามถึงการเตรียมการต่างๆ ซึ่งในบ่ายวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. เจ้าคณะภาค 7 จะเป็นประธานสงฆ์ในพิธีสรงน้ำศพ และมอบให้เจ้าคณะอำเภอสารภี แจ้งนายอำเภอสารภี เพื่อรายงานต่อนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่รับทราบถึงการมรณภาพของพระราชาคณะ ทั้งนี้ หลังจากถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์สามเณรเสร็จแล้ว คณะกรรมการ และศรัทธาประชาชนจะร่วมกันเชิญศพหลวงปู่อิ่นคำ จากกุฏิไปยังศาลาปฏิบัติธรรมหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ที่สร้างขึ้นใหม่อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของวัดเพื่อประกอบพิธีสรงน้ำศพ แล้วตั้งบำเพ็ญกุศลไปตลอด ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดการปิดศพ โดยคณะศิษย์ได้ถวายรายงานเจ้าคณะภาค 7 ว่าหลวงปู่สั่งไว้ไม่ให้เผาศพ ขอให้ตั้งไว้เป็นมรณานุสสติไปตลอด
พระครูสังวรวีรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลป่าปง และ รตท.สมพร ธรรโม ไวยาวัจกรของวัด กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังการมรณภาพของหลวงปู่ท่านเจ้าคุณแล้ว ได้มีการประชุมกันของคณะกรรมการ และศิษยานุศิษย์ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีรองนายกเทศมนตรีต.ป่าบง สมาชิกสภาเทศบาล ไวยาวัจกรของวัด และอีกหลายคนร่วมเป็นกรรมการ โดยทรัพย์สินของหลวงปู่ที่เป็นเงินทองมีไม่มาก เพราะท่านไม่เป็นพระที่สะสม เมื่อได้รับบริจาคก็นำมาสร้างถาวรวัตถุมากมาย ตั้งแต่กุฏิไม้สักทอง วิหาร-อุโบสถไม้สักทอง ต่อมาได้สร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลวงปู่แหวนฯ พร้อมจัดซื้อที่ดินขยายวัดออกไปอีก รวมแล้วในระยะ 10 กว่าปีนี้ มีการก่อสร้างและพัฒนาวัดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ส่วนวัตถุมงคลของหลวงปู่ ที่จัดสร้างขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อวันทอดกฐินสามัคคี เป็นพระผง และเหรียญ ซึ่งก็แจกจ่ายไปส่วนหนึ่งแล้ว
สำหรับประวัติของท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริหรือหลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ ชื่อเดิม อิ่นคำ สมผ่อง เกิดเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2471 โยมบิดา-มารดาชื่อนายอ้าย-นางเรือน ภูมิลำเนาอยู่เลขที่ 112 หมู่ 1 ต.ไชยสถาน อ.สารภี บรรชาเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2488 พระครูสิทธิวรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์  ณ วัดศรีคำชมภู อุปสมบทเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2492 ณ วัดไชยสถาน โดยพระครูสิทธิวรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ การศึกษาจบชั้นประถมจาก รร.ไชยสถานวิทยาคม นักธรรมเอกสำนักเรียนวัดไชยสถาน พ.ศ.2494 สอบได้ประกาศนียบัตรครูพิเศษ (พม.)ปี 2502 สำเร็จการอบรมพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค 2520 และได้รับพระราชสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูวรวรรณาภรณ์” ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมวิทยามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2549 มีความชำนาญในการบรรยายธรรม สอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน และปรุงยาสมุนไพร เพราะช่วงปี 2517-19 ไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั่ง นับเป็นพระมหานิกายเพียงรูปเดียวที่ไปเรียนกัมมัฏฐานกับหลวงปู่แหวน ด้วยความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ เมื่อสร้างกุฏิหลังใหญ่หลังแรกในวัดก็ตั้งชื่อกุฏิหลวงปู่แหวน ต่อมาสร้างกุฏิไม้สักทองหลังใหญ่ก็ใช้ชื่อเดิม รวมทั้งสร้างสถานปฏิบัติธรรมบนที่ดินผืนใหญ่กว่า 20 ไร่ก็ตั้งชื่อดังกล่าว นอกจากนั้นยังได้สร้างอาคารหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ขึ้นอีกหลัง ซึ่งในยุคที่หลวงพ่อคูณมีชื่อเสียง ก็ได้เมตตามาปลุกเสกวัตถุมงคลให้ ด้วยผลงานของหลวงปู่จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระมงคลสิริ” เมื่อปี 2559
หลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ เป็นพระเถระที่มีเมตตาธรรมสูง ให้การต้อนรับศรัทธาชาวบ้านไม่เลือกชั้นวรรณะ ให้พรแต่ละครั้งยาว และยังเมตตาเสกเป่า เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนคนป่วยด้วยโรคต่างๆไม่หาย ก็มาขอหลวงปู่รดมนต์น้ำให้อาบ โดยเฉพาะโรคกระดูกหลวงปู่มียาแผนโบราณรักษาให้หายได้ ขณะที่ในกุฏิก็ตั้งกระติกต้มยาสมุนไพรแจกจ่ายให้คนได้ดื่ม เพื่อหายจากโรคภัย-โรคเลือดไม่สมดุล ด้วยเมตตาของหลวงปู่จึงเป็นที่รู้จักของศิษยานุศิษย์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จึงนิมนต์หลวงปู่ไปสอนวิปัสสนา และรดน้ำมนต์ให้ทั้งที่สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย จนถึงสหรัฐอเมริกา มีผู้ถวายอาคารให้เป็นสาขาของวัดไชยสถาน 2 แห่งคือในสิงคโปร์ และไต้หวันด้วย
ผลงานการก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดไชยสถาน เริ่มตั้งแต่สร้างกุฏิหลวงปู่แหวนฯหลังเก่า สร้างพุทธเจดีย์ 9 ยอด สระน้ำ กุฏิสงฆ์ ศาลาปฏิบัติธรรมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พิพิธภัณฑ์โบราณ อนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วิหารไม้สักทองหลังใหญ่มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท อุโบสถไม้สักทองสองชั้น ต่อมาในช่วง 3 ปีนี้ได้สร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลวงปู่แหวนฯขึ้นบนที่ดินประมาณ 20 ไร่ด้านทิศใต้ของวัด และกำลังขึ้นโครงการเจดีย์พระเกตุแก้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ก็มาอาพาธหลังจากกลับจากสิงคโปร์ เมื่อเดือนกันยายน 2561 เข้ารักษาที่ตึกสงฆ์อาพาธได้ประมาณ 2 เดือน กระทั่งมาละสังขารไปก่อน โดยทิ้งสมบัติคือสิ่งก่อสร้างมากมาย รวมทั้งวัตถุมงคลหลายต่อหลายรุ่น ที่เป็นที่นิยมบูชาของสานุศิษย์ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการกำลังตรวจสอบ และจะได้นำมาเปิดให้บูชากันในช่วงงานบำเพ็ญกุศล คาดว่าจะมีถึงสิ้นปี แต่ก็ให้เข้าสักการะศพได้ตลอดไป.
เครดิตภาพ Bunyarit Tulapanpong

ขึ้นไปข้างบน
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ